Kate's profile::: [Simply_Kate] :::PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 23

    ช่วยด้วย... ไม่รู้จะทำไงกะชีวิตดีอ่ะ

     
    โหยยยยย... ทำไงดีอ่ะ ไม่รู้จะเอายังไงกะชีวิตดี.. สมัครเรียนไป ก้ท่าทางจะไม่ได้เรียนเพราะ GMAT ห่วยบรม!!
    จะทำงานกะพ่อก้ดี ได้รู้งานครบวงจร
    แต่ก้มีอีกหลายงานที่ท่าทางน่าทำ ได้ประสบการณ์ งานเอกสารก้มี แต่งานหินก้อยากทำเหมือนกัน
     
    พระเจ้า!!!!
     
    ชั้นจะเอาไงกะชีวิตชั้นดีเนี่ย
     
    FM ก้ติด C- ไม่รู้จะแก้ grade ได้มั้ย อยากจบ double major!!
     
    เฮ้อออ... เซ็งกะชีวิต
    อยากไปอยู่วัดให้หายบ้าซัก 2-3 วัน
    (เป็นเอามากนะเนี่ย)
     
    ใครมีคำแนะนำอะไรดีๆ มั่งมั้ยอ่ะ?? แบบว่า วิธีช่วยคิด ช่วยตัดสินใจอ่ะ..
    T-T
    March 22

    หายไปนาน...

     
     
    พอดีเห็นว่าหายไปนานมากแล้ว เลยเข้ามาซักนิดหน่อย พอเป็นกระสัย... (สะกดงี้ป่ะ?? ไม่รู้อ่ะ แหะๆ) นั่นแหละ..
    แบบว่า ดิฉานก้เรียนจบแร้น (จิงหรือนี่ ช่างน่าตกใจ)
    วันนี้เพิ่ง present งานตัวสุดท้ายไป...
    โอ้ว ว้าว พระเจ้าช่วย... แต่เกรดออกมาจะเป็นไง ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ.. เศร้าใจ
    สมัครเรียนต่อเค้าจะรับรึเปล่าก้ไม่รู้ เฮ้อออ คิดแล้วกลุ้มใจ..
     
     
    มาบ่นแค่นี้แหละ ไปแล้วดีก่า... วันหน้าฟ้าใหม่ จะมาเขียนใหม่นะจ๊ะ..
     
     
    ปล space ภาษาไทย.. เซ็งสุดๆ ใครรู้วิธีเปลี่ยนกลับมาเป็นภาษาอังกฤษ บอกด้วยเน้อออ
     
    December 26

    Christmas Eve with my friends...

     

    ไป โรงแรม peninsula กะ ม่ำ กะ พร มา แล้วก้ไป...

    December 23

    Candle light service @ Wattana Church

     
     
    Friday December 22nd, 2006
     
    หนาวนะวันนี้ เมื่อเช้าไป Candle light service ที่ โรงเรียนมา ตื่นตั้งแต่ตี4 ถึงโบสถ์ตอนตี5 ไปเจอ ม่ำ พร เหี้ยว เจ๊ปุ๊ก
    เข้าโบสถ์ ร้องเพลงๆๆๆๆๆ ลัลล้า.... หนุกหนาน.. รู้สึกเลยว่าไม่ได้ร้องเพลงนานมาก ร้องไม่ค่อยออก เสียงไม่ถึง แหะๆ
    ชื่อว่างาน Candle light service ก้อต้องมีจุดเทียน อันนี้นี่แอบน่ากลัว แบบว่ากระแดะใส่เสื้อหนาวที่มี hood แล้วก้มี ขนๆ ไป
    น่ากล๊ว น่ากลัว เทียนมันจะมาไหม้เอา
    ตอนยืนร้องเพลงอยู่ ตายแล้ว ได้กลิ่นอะไรไหม้ๆ ใครทำอะไรไหม้ก้ไม่รู้ หันไปดูสิว่า ของเรารึเปล่า??
    เอ๊ะ ไม่ใช่.. เออ แล้วไป รอดตัวไปอย่างไม่ไหม้ค่ะงานนี้
     
     
    ออกจากโบสถ์มาตอนซัก หกโมง เม้าท์ๆ ถ่ายรูปๆ นิดหน่อย แล้วก้ไปกินข้าว ที่สหกรณ์
    กิน  Pork Egg-Cheese burger ของ Siam Steak
    รอน๊านนน นาน แต่ไม่เห็นอร่อยเหมือนแต่ก่อนเลย (เซ็ง)
    นั่งโต๊ะตัวเดิมอีกต่างหากแหนะ อยู่กะเพื่อนๆ ขำดี ทั้ง ม่ำ พร เหี้ยว เจ๊ปุ๊ก หวัน กฤษชา โปโกะ น้อง กิ๊ป &....
    กินไปเม้าท์ไป กะเพื่อนๆอย่างหนุกหนาน แล้วก้ได้ ฤกษ์ออกไปเรียน ตอน 7:30 แต่
    กว่าจะเดินออกมา ก้ซัก 40 ไปเลื่อนรถมาแล้วก้เจอ ม่ำ พร ปุ๊ก เหี้ยว+โหน่ง เลยขนไปส่งที่ โบสถ์แล้วค่อยไปเรียน
     
    ไปถึงบางนาตั้งแต่ แปดโมง 20!!!! ไม่เคยไปเองเร็วขนาดนั้นมาก่อน พระเจ้า.. ได้จอดรถชั้น 2 ด้วยแหนะ เก็บของในรถนิดหน่อยก้ขึ้นไปที่ห้อง.. ไปเปิดห้องให้เค้าเลย นั่งเรียนไปก้ผงกหัวไป ไม่ได้ผงกหัวเข้าใจนะ แต่ผงกหัวจะหลับ อิอิ...
     
    เรียนเสร็จก้ไปรอโก้ที่ IT ชั้น 6 เล่นคอมพ์ ไปเรื่อยๆ จนโก้ขึ้นมา แล้วก้เล่นคอมพ์ต่อไปเรื่อยๆ จนโก้ไปเรียนตอนเที่ยงครึ่ง
    สรุปว่า รอโก้ถึง 2 โมง แล้วจะไปกินข้าวววววกัน
    ด้วยความว่า ตื่นเช้ามากไง เลยง่วง ก้เลยไปนอนรอในรถ
    เย็นมาก ถึงขึ้นว่าใส่เสื้อกันหนาวไวแล้วตัวนีง แล้วก้ต้องเองอีกตัวนึงมาห่มอีกที ปิดหน้าต่างอีกต่างหาก
    แต่ตอนนั้นกว่าจะขึ้นไปนอนก้บ่ายโมงเกือบครึ่งแล้ว เลยนอนได้แป๊ปเดียว
    พอโก้เรียนเสร็จ โก้ก้โทรมาบอกว่าจะมาหาที่รถ เราก้รับโทรศัพท์แล้วหลับต่อไป
    โก้มาถึงก้เลยต้องเข้ามานั่งๆ นอนๆ อยู่ในรถเหมือนกันเพราะเกศไม่ยอมลุก
    อีกอย่าง นึกไม่ออกด้วยว่าจะไปกินข้าวที่ไหนดี แหะๆ
    นั่งๆ นอนๆ เล่นๆ คิดๆ ก้ปาเข้าไปครึ่งชั่วโมงกว่า
    สุดท้ายก้ไปกินที่ Terrace@ Central Bangna
     
    กินเสร็จก้ขึ้นไปซื้อกระดาษที่ B2S นิดหน่อยแล้วก้แยกย้ายกันกลับบ้าน เพราะโก้เองก้มี quiz พรุ่งนี้ด้วย..
     
    กลับบ้านคุยกะแม่ได้ซักพักก้ขึ้นไปบนห้อง หยิบผ้าหม่ แล้วลงมานอนที่ sofa แล้วหลับไป.... แฮ่ๆๆ
    ตื่นมากินข้าวกะแม่ตอนซัก ทุ่มนึง ทุ่มกว่าๆ หรือไงเนี่ยแหละ ง่วงจัด อ่านนาฬิกาไม่ออกไปเลย กินข้าวแบบตาจะปิด เสร็จแล้วก้ไปนอนต่อ
    (กินแล้วก้นอน... มั๊น ถึงได้อ้วนไง แหะๆ)
     
    ตื่นมาซัก สามทุ่มได้มั้ง ขึ้นมาบนห้อง ทำอะไรไปเรื่อยๆ แล้วก้มา เขียน blog เนี่ยแหละ...
     
    ดึกแล้ว ไปนอนแล้วดีกว่า..
     
    Goodnight นะคนอ่าน ขอให้ฝันดีตลอดคืน
     
    MERRY X'MAS นะจ๊ะทุกคน
     
    December 10

    คุณพระช่วย!!!!!

     
     
    เมื่อวานนี้พ่อเราต้องเข้าโรงพยาบาลแหละ... ไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่ต้องตกใจกันไป...
    พอดีว่าคราวก่อนที่พ่อเข้าโรงพยาบาลไปเพราะเค้าไอแล้วมีเลือดปนออกมาด้วย เลยต้องไปตรวจที่โรงบาล แล้วหมอให้อยู่โรงบาลดูอาการ
    แล้ววันก่อน พ่อก้ไอออกมาเป็นอย่างงั้นอีก เลยไปหาหมอแล้วหมอก้ให้อยู่โรงบาลดูอาการเหมือนกัน...
     
    เมื่อวานนี้เรานัดทำงาน small ที่ Starbucks Big C เอกมัย ตอนบ่ายโมง คุณเกศ นัดเองบ่ายโมงแต่กว่าจะออกจากบ้านก้เที่ยง 55 อิอิ
    แต่เค้าก้ไม่ได้สายมากนะ ไปถึงก้บ่ายโมงนิดๆเอง ไปถึงก้เจอพัด แล้วก้เอิน แล้วก้นนท์ แล้วก้โทรหาเอ๋ซึ่งบ้านอยู่เอกมัย แต่มันยังไม่มา
    ปรากฎว่า บ่ายโมงกว่าแล้ว คุณเธอยังอยู่ที่ California fitness ตรงตึก Jasmine.. ดีนะว่ากะลังออกพอดี
    แต่แป็บเดียวก้มาถึง ไม่ว่ากัน อิอิ
    ไปนั่งที่ Starbucks ชั้น 2 ก้ดีนะ.. แล้วก้ลงมาซื้อ Hot cocoa & banana choco muffin หมดไป 150 บาท!!!!
    ตาย... ไม่เข้าใจพวกที่ซื้อกินได้ทุกวันจริงๆ ซื้อเข้าไปได้ยังไง... อร่อยก้จิง แต่ราคานี่ นานๆกินทีก้ได้มั้ง
    เฮ้ออออ แต่ก้นั่นแหละ..
    นั่งทำงานไปเรื่อยๆ ค่อยๆ คุย ค่อยๆ คิด รู้สึกว่าเสียงเริ่มดัง (ไม่ได้ดังน่าเกลียดนะ) แต่ก้ช่วยไม่ได้อ่ะ ก้คุยงานอยู่.. แฮะๆ
    เริ่มทำงานซักบ่ายโมงครึ่งกว่าๆ เสร็จก้ซักห้าโมงครึ่ง ก้ดีนะ... ไม่ได้ late อะไรขนาดนั้น
    แต่รู้สึกเหมือนเราแบ่งงานไม่รู้เรื่องยังไงไม่รู้อ่ะ เฮ้อออออ
    (เพื่อนๆก้ต้องอดทนกันต่อไปนจ๊ะ อิอิ)
     
    ทำงาน Small เสร็จก้ไปหาพ่อที่โรงพยาบาลกรุงเทพ มันมีหลายตึกมาก แต่พ่อบอกแล้วว่าตึกไหนเลยหาไม่ยากเท่าไหร่(มั้ง??)
    พอดีแม่บอกว่าห้อง D1109 เลยค่อยๆเดินตามป้ายไปตึก D
    ผังตึกเค้างงมากๆเลยอ่ะ แม่บอกว่าจะไปแผนกอื่น ต้องมีคนคอยพาไปด้วย!!! สงสัยจะมีคนหลงอยู่บ่อยๆ
    ไปถึงซัก 6 โมงได้มั้ง.. ก้นั่งอยู่กะพ่อกะแม่นั่นแหละ ดูทีวีแล้วก้กินข้าว.. สั่งของเค้าขึ้นมากิน
    พ่อสั่งโจ๊ก แม่สั่งข้าวผัดมันกุ้ง ส่วนเราก้สั่งเกี๊ยวกุ้งไป...
    มาถึงแล้วก้งงหน่อยๆ เค้าแยกน้ำกะเกี๊ยวมา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
    แต่ในน้ำนั้นมันมีกุ้งด้วย!!! ไม่เคยเห็น แล้วเกี๊ยวกุ้ง ก้เป็นเกี๊ยวห่อกุ้ง!!
    คือ ปกติจะเห็นแต่ ไส้ที่เป็นหมูสับ ผสมกุ้งสับ แต่อันนี้ กุ้งเป็นตัว!! (ก้ไม่ทั้งตัวหรอก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แต่ไม่ได้สับไง เลยงงหน่อยๆ)
    คุณพระช่วย ไม่เคยเห็นจิงๆ
    กว่าจะกลับก้ ซัก 2 ทุ่มนิดๆ good night พ่อเสร็จก้กลับบ้าน
     
    วันนี้ขับ Honda ออกไป เห็นว่าใกล้ๆ แล้วก้ไม่ได้ขับมาตั้งนานแล้วด้วย
    ตอนกลางวันขับไปก้ไม่มีอะไร แต่ไอ้ตอนขากลับเนี่ยสิ
    ความร้อนขึ้นสูงปรี๊ดดดดดด
    ดีนะว่าอยู่ตรงโรงเรียนดนตรีมีฟ้าแล้ว ใกล้ถึงบ้านแล้ว
    ตอนนั้นรถติดอยู่ แล้วเหยียบเบรคไว้ แต่รถมันสั่นมากเลยเข้าเกียร์ N
    แต่ก้สั่นแรงผิดปกตินิดหน่อย ไม่รู้นึกยังไง ดูที่เกว้ดตรงหน้าปัด เลยเห็นว่า ความร้อนขึ้นสูงสุดเลย
    ก้เลยปิดแอร์แล้วเปิดหน้าต่าง ได้ยินเลยอ่ะว่า เครื่องเสียงดัง เหมือนอะไรมันหลวมแล้วกระทบกันอย่างงั้นอ่ะ
     
    พอกลับบ้านแม่เลยโทรหาพ่อแล้วเล่าให้พ่อฟัง
    วันนี้พ่อพูดว่า สงสัยจะซ่อมไม่ไหว อาจจะขาย....
    คุณพระช่วย... ไม่เอาอ่ะ.. เรารู้นะว่าเราไม่ค่อยได้ใช้รถคันนี้ แล้วเราก้มีรถใหม่แล้ว
    แต่ทำใจขายทิ้งไม่ได้อ่ะ... รถคันแรกเลยนะนั้นหน่ะ แล้วยายก้เคยใช่รถคันนั้นด้วย...
    (ฮือๆๆๆ พ่อจ๋า... อย่าเพิ่งขายเลยนะๆๆๆ)
     
    อยากถูกหวยรางวัลหลายๆล้าน จะได้แบ่งเงินมาซ่อมรถ... อิอิอิ
     
    เฮ้ออออออ ไปแล้วดีกว่า เขียนมาตั้งนานแล้ว เราต้องไปทำสารพัดงานต่อด้วย....
    :::::Bye Bye:::::
     
     

    ของฝากจาก HONG KONG... ฉบับสมบูรณ์ (ซักที)

     
     
    สวัสดีชาวไทย เรากลับมาแล้ว
    (ไม่ใช่ชาวโลกเพราะไม่ได้เป็นมนุษย์ต่างดาว แล้วก้ไม่ได้ไปนอกโลก ไปแค่ฮ่องกง) 
     ::: โฮะๆๆ ::: 
    เหนื่อยมากๆ เดินทั้งวัน ไปนู่นไปนี่ shopping นอนดึกตื่นเช้าทุกวัน แต่ก้คุ้ม 555
    ส่วนของฝากอ่ะ ไม่มีหรอกนะ ตังค์หมดก่อน!!
     
     
     
    === คือว่า ฉบับนี้จะยาวมาก เพราะไปมา 3 วัน แล้วจะเขียนเหมือน Diary ไว้จะทำ ฉบับย่อให้ที่หลังแล้วกันนะจ๊ะ===
     
     
    :::::::::::::::::::::::::::::::::::
     
     
    Saturday November 25, 2006
     
    ตายแล้ว... ตื่นสาย!!!! ตั้งนาฬิกาไว้ 4:00 แต่ดั๊นนน ตื่น 5:15 รีบๆๆๆๆๆ ออกจากบ้านตอน 6 โมงนิดๆ โก้มารับไปส่งที่ Airport ต้องเช็คอิน Row M ด้วยความไม่มีใครมองตอนแรก กว่าจะลงจากรถก้นู่น Row อะไรไม่รู้ ท้ายๆ ก้ต้องเดินย้อนกลับมา Cathey Pacific Row M เจอแล้ว..เช็คอินเสร็จก้เข้าไปตรวจ passport (เริ่มความซวย)คนที่ตรวจ passport แถวเรา ตรวจช้ามากกกกก โอ้ว พระเจ้า!! เซ็ง น้องก้รอไปสิ รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ เฮ้อออ ตรวจเสร็จก้ต้องเดินไปที่ gate ที่จะขึ้นเครื่องใช่มั้ย??? Gate G5 ก้ไป ไป ไป ไป แล้วก้ไป เดินต่อไป ไปแล้ว ไปอีก เออ.. เดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ อ๊ะ!!! ยังไม่ถึง เดินไปอีก อีก อีก อีกนิดนึง เกือบแล้ว อ๊ะๆๆๆ แวะกินอะไรหน่อย เห็น gate อยู่ลิบๆ (Burger King!!) แล้วก้เดินต่อ โอ้แม่เจ้า กว่าจะถึง หมดไป 10 นาทีกว่าๆ  อ่ะ ป้าย G1-G5 เอากระเป๋าเข้าเครื่อง x-ray แล้วก้เดินผ่านเครื่อง ตรวจโลหะ ติ๊ดๆๆๆๆ อ้าว อะไรอ่ะ ไปๆๆ ยืนให้เค้าตรวจ... ไม่มีอะไรก้เดินออกมา เดินต่ออีกเจ้าค่ะ ใช่ว่าจะถึงง่ายๆ ซะที่ไหน ต้องเดินต่ออีกเจ้าค่ะ เดินมา 10 นาทีนิดๆ แล้วก้ยังต้องเดินต่ออีก ซัก 3 นาทีได้มั้ง (สุดทาง) เดินขาลากจนเกือบต้องลากขาเดิน!!! (ไม่ใช่แล้ว!!) ..แล้วไงต่อ  อ่อ.. ก้ขึ้นเครื่อง แป็บนึงเท่านั้นแหละ น้องชั้นนำร่องไปก่อนเลย... หลับ... พี่ก้เอามั่ง เห็นน้องหลับ เราก้ง่วง ก้เลยคว้าแว่นตามาใส่แล้วหลับไป ซักชั่วโมงครึ่งผ่านไปไวเหมือนโกหก เค้าก้มาปลุกให้กินอาหารเช้า มี ผัดไท กะ ไข่ omlet ให้เลือก เลยเลือกไข่ กินๆไป กินไม่หมด เพราะเพิ่งเป็นไข้มา แล้วก้ เพิ่งกิน hash brown มา นิดหน่อย เลยไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่.. กินไข่ไปครึ่งนึง มันอบหมด ไส้กรอกอีก 2 คำ แล้วก้น้ำแอบเปิ้ล, น้ำผลไม้รวม, กะน้ำชา หมดเลย อิ่ม.. ว่าจะนอนต่อ แต่นอนไม่หลับ เลยนั่งดูทีวี CSI NY ยังไม่ทันจบ เครื่องก้จะลงซะแล้ว
     
    พอไปถึงฮ่องกง ลงมาปุ๊บ เห็นห้องน้ำก้เข้าเลย แล้วก้เดินไปตรวจ passport แถวแอบยาว ซักพักระหว่างรอแถวอยู่ มีไอ้คนจีน หรืออะไรซักอย่างมาต่อแถวเรา ไอ้พวกนี้ไม่รู้เป็นอะไร ทำไมต้องยืนใกล้ขนาดนั้นก้ไม่รู้ กลัวไม่ได้เข้าฮ่องกงรึไง รำคาญสุดๆ หงุดหงิด ขนาดเรายืนข้างหน้าน้องกลอย แล้วกลอยก้เอากระเป๋าลากไว้ข้างหลัง มันยังยืนชิดติดน้องได้เลย อีกคนมาเกือบถึงชั้น แบบว่า รำคาญจะเกินบรรยาย.. อ่ะๆๆ ตรวจ passport เสร็จ ก้ต้องไปเอากระเป๋า แต่กระเป๋าไม่มีก้เลยไม่ต้องไปเอา เพราะพ่อกะแม่เอาไปให้ก่อนแล้ว.. มีทางออก 2 ทาง Hall A หรือ Hall B อืมมมม คิดไปคิดมา Hall A ใกล้กว่า ไป Hall A แล้วกัน ออกมา อ้าววว พ่อกะแม่ชั้นล่ะ ไปไหน... พ่อจ๋า..แม่จ๋า.. หาไม่เจอ เอาว่ะ มีทางออก 2 ทาง ลองไปดูอีกทางแล้วกัน... นั่น พ่อแม่ชั้น ตั้งกล้อง VDO เตรียมถ่ายลูกๆเดินออกมา แต่ดันโผล่มาข้างหลัง..ซะงั้น พ่อเซ็ง  เอาน่ายังไง ลูกๆก้มาถึงโดยสวัสดิภาพ ก้เอาว่ะ เลยไปขึ้นรถเมล์สาย A12 กลับโรงแรม นั่งๆไปซัก 45 นาที หรือชั่วโมงเนี่ยแหละ ลงก่อนถึงโรงแรม Shopping โดยทันที แถวๆ โรงแรมนั่นแหละ ไม่ไกลมากหรอก อยู่บน Nathan Road ดิฉัน ตอนแรกๆ ก้ยังงงๆอยู่ ดูอะไรดี เพราะเพิ่งลงจากเครื่องมา ไข้ก้ยังไม่หายสนิท หนาวเล็กๆอีกต่างหาก เดินซัก 5 นาทีเครื่องเริ่มเข้าที่.... ลุย!!! ประเดิมด้วยกระเป๋าใบแรก ของยี่ห้อ Jipi Japa (ชื่อตลกเน๊อะ) สี almond ใปใหญ่ๆ คาดเหมือนหัวเข็มขัดสีน้ำตาล จะถือก้ได้ หรือจะสะพายก้ได้ ไม่ว่ากัน อิอิ.. เห็นแบบมันแปลกตา น่ารักดี เลยอ้อนแม่ แล้วก้ได้มา 555 ซื้อเสร็จ น้องเห็นรองเท้าผ้าใบ design สวยมากๆ อยากได้มั่งเหมือนกัน แต่ ไม่ไหวอ่ะ ไม่แนว แพงอีกต่างหาก ของ Acupuncture (ใครชอบผ้าใบ..เราแนะนำ) ซื้อเสร็จเค้าแถวกระเป๋าอีกต่างหากแหนะ แต่เป็นแบบที่น้องไม่ชอบ ส่วนบุญนั้นก้เลยตกเป็นของเราโดยดุษฎี อิอิ เดินๆ ก้เข้าร้านขายพวกเครื่องสำอาง เราก้เลยได้ เครื่องสำอางมานิดหน่อย ส่วนแม่ก้ได้ น้ำหอม ซึ่งเรากะน้องก้ได้มาคนละขวดเหมือนกัน.... แล้วก้ได้เวลากลับโรงแรม ก้เลยออกเดิน... ไปที่ โรงแรม YMCA Salisbury อยู่แถวๆ Star Ferry พักอยู่ในห้อง Suite ชั้น 12 เห็นวิวทะเลฝั่ง Hong Kong เกือบสวย เพราะมี Art Museum มีบังอยู่ซะก่อน ว้า.. แต่ก้เอาเหอะ ก้ยังดี.. พอเข้าห้องมาก้กินส้ม อร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่เหมือนที่กินที่นี่เลย มันหวานๆ ไม่เปรี้ยว กินเสร็จก้นอน!! พักผ่อนๆ ตอนเย็นมีนัดกินข้าวกะเพื่อนๆพ่อ ที่ชื่อ Warren นัดไว้ตอน 2 ทุ่ม... ด้วยความที่เราอยากดูแสดงแสงสีเสียง ไฟตึก เราก้เลยขอพ่อดูซัก 5 นาทีก่อนแล้วค่อยลงไป ต้องเปิดวิทยุไปด้วย เพราะไม่ได้ยินจากข้างนอก... ดูเสร็จก้ลงไปข้างล่างที่ lobby เดินไปกินโต๊ะจีนใกล้ๆ เอง กินไปซักพัก แย่แล้ว!! ไข้ขึ้น เริ่มปวดตัว แล้วก้ง่วงด้วย... ซักแป็บเพื่อนพ่อทัก "หนูไม่สบายเป็นไข้รึเปล่า??" แต่เป็นภาษาอังกฤษนะ.. งงสิ รู้ได้ไง... ปรากฎว่าหน้าแดง นั่งต่อซักพักเค้าสงสารเลยบอกว่า ให้กลับกันไปก่อนแล้วกัน บ้านเราก้เลยกลับกันหมดเลย.... ความผิดเรารึเปล่าก้ไม่รู้!! คงไม่มั้งงงงง อิอิ  เฮ้อออ กลับโรงแรม อาบน้ำ เก็บของนิดหน่อย แล้วก้นอนแล้ว ต้องตื่นแต่เช้าอีก plan ไว้ว่าจะไปเมื่องจีนที่ Shen Ghen....
     
     
    ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
     
     
     
     
    Sunday November 26, 2006
     
    วันนี้ตื่นแต่เช้า 7 โมง อาบน้ำสระผม แต่ตัว ออกจากโรงแรมประมาณ 8 โมงกว่าๆ ไปขึ้นรถไฟ xxx (เด๋วหาชื่อมาให้) ที่สถานี East Tsim Sha Tsui นั่งไปลงสุดทางที่ Lo Wu ราคา HK$36.5 นั่งไปประมาณ 45 นาที ก้ถึง ไปถึงก้ต้องตรวจ passport ออกจาก HK อย่างกะ airport มี duty free ด้วย แต่ก้ไม่ได้ซื้ออะไร นอกจาก egg tart มากินกัน & cheese ham crassant ให้น้อง เพราะรีบไป ยังไม่ได้กินอะไรเลย... แล้วก้เดินข้างคลองเล็กไปเมืองจีน มันเป็นแบบทางเชื่อมไป มองออกไปเป็นคลองไม่ใหญ่มาก มีรั้วกันสองฝั่งคลอง แล้วก้มีรั้วหนามที่ฝั่ง HK ด้วย น่ากลัว... ข้ามไปแล้วก้ไปขอ Visa เข้าเมืองจีน ใช้เวลาขอแค่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆเอง Visa ราคา HK$150 ผ่านได้ 5 วัน (แต่เราใช้ไม่ถึงวัน) แล้วก้ลงมายื่นเข้าประเทศจีน!!! เอาอีกแล้ว คนตรวจ passport เรา ช้า มากกกๆๆๆ อีกแล้ว (ไม่รู้ทำไม โดนตลอด) นั่นแหละ..
     
    พอเดินออกจากตึก ก้มีอีกตึก นั่นแหละคือที่ๆเราจะไป shopping!!! เอาเลย เดินเข้าไปหาข้าวกินก่อนเลย ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 2 แล้วก้กินข้าที่ร้าน fast food ง่ายๆ พ่อกะแม่กินข้าวหน้าเป็ด ส่วนเกศกะกลอยก้กิน spaghetti (มาถึงจีน กิน spaghetti !!!) เอาน่า กินง่ายๆ เร็วๆ แล้วก้ไปเดินๆๆๆๆๆ เดินๆซักพัก เห็นนาฬิกา Guess ของปลอม สวนดีอยากได้ ด้วยความว่าพ่อพูดจีนได้อย่างคล่องแคล่วเลยให้พ่อถามให้ว่าเท่าไหร่... HK$60 ช๊อกค่ะ อะไร... 300 บาท ต่อไม่ออกเลย พ่อบอก ถ้าจะเอาเด๋วพ่อต่อให้ เหลือซัก HK$20 แต่เอาน่า เดินๆก่อน เพื่งเริ่มเอง เลยเดินดูต่อแล้วก้ประเดิมซื้อของอย่างแรกเลยก้คือ เสื้อกันหนาวมีหมวกขนๆ ที่เข้าชุดกะกางเกงวอร์ม ต่อๆ ไปเรื่อยๆ บอกเค้าราคาเดียว ไม่ได้ไม่เอา น่านะ ขอ 200 เค้าก้ค่อยๆลดลงมาเรื่อยๆ ไอ้เราก้ไม่ serious ไม่ได้ก้ไม่เอา ไม่ need ขนาดนั้น เห็นว่าสวยดี เลยอยากได้ ปรากฎว่าเค้าไม่ให้ งั้นก้ไม่เป็นไรแล้วกัน.. ไม่เอา... เดินออกมาได้นิดนึง เค้าก้วิ่งตามมาเกาะแขนแม่บอกว่า 200 ก้ 200 เลยได้มาราคา HK$200 จิงๆก้ไม่ถูกเท่าไหร่ แต่ไม่ได้แพงจนเกินไปเลยเอา... เดินต่ออีก เดินไปเรื่อยๆๆๆ แวะเข้าไปดูกระเป๋าตังค์ แล้วก้ติดอยู่ร้านนั้น เป็นชั่วโมง เค้าพยายามขายของมาก เอา catalog มาให้ดูแล้วก้ถามว่า เอามาดูมั้ย ดูก่อนแล้วกัน ไม่ชอบไม่ต้องซื้อก้ได้... เลยขอดู 2-3 แบบ แล้วก้มากขึ้นเรื่อยๆเป็นกระเป๋าตังค์ 4 ใบ กระเป๋าถือของแม่ 4-5 ใบ เข็มขัดผู้ชายอีก 2 เส้น แต่เค้าเอาของมาให้ดูช้า เลยเสียเวลา สุดท้ายแล้ว ก้ได้แม่ก้ได้กระเป๋าถือมา 1 ส่วนเราก้ได้ กระเป๋าตังค์สีแดง กะเข็มขัดของฝาก 1 เส้นรวมเบ็ดเสร็จก้ HK$800 โอ้วว ไม่ดีมั้ง พ่อเลยต่อให้ สุดท้ายต่อเหลือ HK$650 หรือก้คือประมาณ 3250 บาทนั่นเอง ก้เอาน่า ของยี่ห้อปลอมๆ ทั้งนั้น 3 อย่าง 3000 กว่าบาทก้ ok.... ถึงเสียเวลาไปนานก้ยังมิวายแวะร้านรองเท้า ได้มาอีกคู่ ส้นสูงลายดอกไม้ ตอนแรกเลือกไม่ถูก สีเทาหรือสีเขียวดี ที่แวะดูร้านนี้ก้เพราะสีเทา แต่สีเขียวก้ไม่เคยมี แล้วสีก้ไม่เวอร์ด้วย สุดท้ายเลยจบที่สีเขียว อิอิ จิงๆก้ไม่ค่อยเขียวหรอก เหมือนเป็นสีกากีแล้วลายสีเขียวขี้ม้าซะมากกว่า... นั่นแหละ... แล้วก้เลยถึงเวลากลับ ต้องยื่น passport ออกจากจีน แล้วก้ยื่น passport เข้า HK อีกแล้วครับท่าน ทั้งขาเข้าและขาออก เกศเลือกแถวที่ช้า อีกแล้ว!!!!!!! (ไม่รู้ทำไมซวยได้ขนาดนี้ ทุกรอบจริงๆ)  เฮ้อ.. เหนื่อยใจ.....ขากลับก้กลับเหมือนเดิม ขึ้นรถไฟจาก Lo Wu ไป East Tsim Sha Tsui แล้วก้เดินๆ ไปเรื่อยๆ ผ่านโรงแรม Sheraton, Peninsula แล้วถึงหน้าโรงแรมซัก 4 โมง 20 แม่บอกว่า ถ้าลูกๆจะไปเดินซื้อของต่อก้ได้นะ ไปกินเอง 2 คน ก้เอาสิ แต่ต้องกลับรีบกลับนะ เพราะว่าต้องไปขึ้นเรือตอน 5 โมงครึ่ง เลยไปเดินที่ Ocean Center & Ocean Terminal ด้วยความรวดเร็วกะน้อง ซื้อของฝากเสร็จก้รีบกลับ แต่ถึงโรงแรมตอน 5 โมง 40 เลยรีบขึ้นไปเก็บของ
     
    ล้างหน้าล้างตา เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก้ลงไปเจอเพื่อนพ่อที่ lobby ไปขึ้นเรือของร้านอาหารชื่อ Rainbow Seafood รอบ 6 โมง 15 พอขึ้นเรือไปก้เจอเพื่อนพ่อที่ชื่อ Andrew กะภรรยาเค้าไปกินข้าวที่เกาะ นั่งเรือชั้นดาดฟ้า ซัก 30 นาที โอยยยย โชคดีที่รวบผมไป ไม่งั้นคงพันกันไปหลายวัน... พอไปถึง พ่อกะเพื่อนๆพ่ออีก 2 คนก้ไปสั่งอาหารกัน สั่งมา 7 อย่าง 8 เมนู ก้มี ของทอด 3 อย่างมาก่อนเลย พวกห้อยจ๊อ เนื้อปูทอด แล้วก้เต้าหู้ทอดตามด้วยหอยเชลล์วุ้นเส้น ปลาหมึกทอด ปลาเก๋าผัดกะคื่นช่ายฝรั่ง กุ้งมังกรผัดอะไรซักอย่างเนี่ยแหละ หัวปลาเก๋า(ตัวเมื่อกี๊)นึงผัดผักใบเล็กๆ แล้วก้ปูผัด ดิฉันหยุดตั้งแต่กุ้งแล้ว อิ่มมาก ไม่ไหวๆ... ให้เค้ากินกันไปแล้วกัน กินกันเสร็จตอน 3 ทุ่ม แล้วก้ขึ้นเรือกลับรอบ 3 ทุ่มครึ่งถึงท่าเรือตอนซัก 4 ทุ่ม น้องบ่นอยากกิน Haagen Daz ก้เลยไปหา ไอติมกิน แล้วก้เดินผ่าน โรงแรม Sheraton พ่อเลยถามว่า ไป drink แล้วชมวิวกันมั้ย....  ดีๆๆๆ ไปๆๆๆ... ก้ไป... ไปที่ Sky Lounge ชั้น 18 พ่อกะแม่สั่ง Wine มา 1 ขวด เพราะยังไงก้โดน Min Charge คนละ 118+10% อยู่แล้ว ก้เลย เอาว่ะ (ทั้งๆที่เค้าดื่ม wine กันมาแล้ว แถมพ่อดิ่ม beer อีกต่างหาก) ส่วนลูกๆก้ อยากกินมั่ง น้องเลยสั่ง Strawberry Ruskini ส่วนพี่ก้สั่ง Tequila Sunrise ไป..อร่อยดี อิอิ... พ่อก้เป็นห่วงว่า ลูกๆจะเมากันรึเปล่า... แต่ก้เปล่า โชคดีไป นั่งกินไปชมวิวไป จนเที่ยงคืนตีหนึ่ง กี่โมงไม่รู้ ไม่ได้ดูนาฬิกา แล้วก้กลับโรงแรม อาบน้ำ pack กระเป๋า แล้วก้นอน..
     
     
    :::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
     
     
     
     
     
     
     
    Monday November 27, 2006
     
    เฮ้อ ต้องตื่นแต่เช้าอีกแล้ว แต่ก้ไม่เช้ามากเท่าไหร่นะ ซัก 9 โมง วันนี้ไป last minute shopping!! ออกจากโรงแรมซัก 10 โมงนิดๆ ไปหาโจ๊กกินแถวๆนั้นแหละ เดินๆ ไปก้แวะดูราคากล้องให้น้อง แล้วก้เจอร้านขายของฝาก ก้เลยแวะซื้อ ได้กระเป๋าจีนๆ ใบเล็กๆ หลายๆสีให้เพื่อนๆ ส่วนน้องก้ได้ที่ห้อยมือถือเป็นห่วยไม้กลมๆ ให้เพื่อนๆเค้า ซัก 5-6 อัน จากนั้นก้ไปกินโจ๊ก อ่านเมนูแล้วก้เลือกได้ว่าจะกิน โจ๊กไข่เยี่ยวม้า หมูสับ แต่เอาเข้าจิงๆไม่ใช่หมูสับ แต่เป็นหมูฉีก
    แปลกใจมั้ย อ่านเมนูออกได้ไง อยู่ในฮ่องกงแท้ๆ ไม่ใช่ภาษาอังกฤษด้วย แต่เป็นภาษาไทย!!! อิอิอิ.. นั่นแหละ.. เสร็จแล้วก้ขึ้น Taxi ไป Kowloon Tong ไปห้างชื่ออะไรไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้ถาม เป็นห้างใหญ่ๆ มีลาน Ice ไม่ใหญ่มาก แล้วก้ร้านของของเยอะแยะเลย แค่ไม่มีห้างนะ เป็นแค่ shop หลายๆยี่ห้อ เดินได้ซักพักไม่ได้อะไรเพราะของแอบแพงอยู่เหมือนกัน อยากได้แบบ no name แต่ design สวยๆ มากกว่า ก้เลยขึ้น รถไฟใต้ดิน MTR กลับไปเดินแถวๆ ถนน Nathan ต่ออีกแป๊ปนึง เดินได้ไม่นานหรอก เพราะด้องรีบกลับโรงแรม เดินได้ซักชั่วโมง ซื้อได้แค่บ๊วย แล้วก้ขนมอีกนิดหน่อย ก้เดินกลับโรงแรม เพราะมันอยู่ไม่ไกลมากนัก
     
    กลับโรงแรมแล้วก้กินส้มแล้วก้ pack กระเป๋า เหลือใบเล็กที่ไว้ลากขึ้นเครื่องไว้เปล่าๆ จะได้ไปซื้อขนมต่อใน airport... แล้วก้นอนพักซัก 20-30 นาที แล้วก้ลงไปหาเพื่อนพ่อที่ชื่อ Andrew ตอนซัก 3 โมง 40 เพราะเค้ามารับไปส่งที่ airport....
     
    ไป airport เช็คอินแล้วก้เข้าไปตรวจ passport คงพอรู้นะวันเกิดอะไรขึ้นอีก.. ช้าอีกแล้ว!!!!! อะไรมันซวยได้ขนาดนั้นอีกแล้ว ไม่เข้าใจจิงๆว่าทำไม๊ ทำไม ต้องเป็นชั้น... เฮ้อ.. แต่ก้รอดมาได้... ยัง.. ยังไม่จบแค่นั้น เข้าไปเดินผ่านเครื่องตรวจโลหะ ติ๊ดๆๆๆ อีกแล้ว อ่ะ ตรวจก้ตรวจ ไม่มีอะไร โดนเรียกให้เปิดกระเป๋าถืออีกแหนะ ไม่ใช่ปืน ไม่ใช่มีดที่ไหน แต่เป็น blush on ของเรานี่เอง... เอากะมัน ไม่รู้จัก blush on ซะงั้น.. อารมณ์เสียสุดๆ แล้วก้ได้เวลาเดินอีกแล้วค่ะ... เดินๆๆ เดินๆๆ เดินๆๆๆ เดินๆๆๆๆ เดินเข้าไป กว่าจะหาร้านขาย chocloate เจอ อ่ะ เจอแล้วก้ซื้อๆๆ ซื้อๆๆ ซื้อเสร็จก้เดินๆๆ เดินๆๆๆ เดินๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆๆ แล้วก้ขึ้นรถไฟฟ้าไปที่ gate แล้วไงต่อ ก้เดินสิ.. เดินๆๆ เดินๆๆ เดินไป เดินไป... แล้วก้เกือบถึงเครื่อง ในที่สุดเราก้ถึง gate ของเราจนได้ Cathay Pacific CX704 to Bangkok flight 6:25 pm แต่ไปถึงตอนเกือบ 6 โมงตามเค้าบอกพอดี อ่ะ นั่งรอ เค้ากำลังเรียกผู้โดยสารท้ายเครื่องขึ้นเครื่องอยู่ แล้วก้ถึงเวลาเราขึ้นเครื่องมั่ง
     
    ขึ้นเครื่องไปแล้วก้นั่งที่แถว 31 ริมหน้าต่างทางขวามือตามด้วยน้องและแม่ ส่วนพ่อนั่งอยู่ข้างหลังถัดไปอีกแถวนึง เครื่องยังไม่ทันขึ้นก้หลับซะแล้ว เหมือนเดิม หลับไปซักชั่วโมงนิดๆ เค้าก้ปลุกมาทานข้าว มี ปลากะไก่ให้เลือก เราก้เลือกกันปลา คราวนี้กินได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อซักเท่าไหร่ แต่อิ่ม ก้เลยกิน ไอติมต่อ ตามด้วยผลไม้ น้ำส้ม น้ำเปล่า และน้ำชา กินแล้วก้ดูทีวี ซักพัก มันดับ ของแถวด้านข้างดับ ตรงกลางไม่ดับ... ทำไงล่ะที่นี้ ดูทีวีไม่ได้.... ก้ต้องนอน... กินแล้วก้นอน ให้มันได้อย่างงี้สิ... ก้เลยนอน แต่นอนไม่สบายเท่าไหร่ ไม่ชอบหมอนมันสูงไปนอนแล้วหัวจะทิ่มมาข้างหน้าตลอดเลย... แต่ก้นอนไปนั่นแหละ...ง่วง...
     
    นอนได้ไม่นานก้ต้องตื่น เพราะว่าถึงแล้ว เค้าจะเอาเครื่องลงแล้ว แล้วหูอื้อ (ข้างขวาข้างเดียวด้วย... แสบชะมัด) ลงมาก้เหมือนเดิมอีกแล้ว เจอห้องน้ำก้เข้า (เราเข้าใจแล้วหล่ะว่า ทำไมเค้าถึงบ่นว่าห้องน้ำไม่พอ...) เสร็จแล้วก้เดินๆๆๆ ต่อไปอีกเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ อุ๊ย สุดแล้ว มันมีไอ้ร้านขายของพวกน้ำหอมมาตั้งไว้อย่างกะ counter ในห้างอย่างงั้นแหละ เกะกะมาก ที่เดินแทบจะไม่พอ คิดอะไรของมันอยู่ก้ไม่รู้... ที่นี้แหละ ต้อง check passport จะเป็นยังไง ก้ยังช้าอยู่ดี เฮ้อออ เซ็ง แต่อย่างน้อยก้ไม่ช้าจนน่าเกลียดเหมือนทุกๆคราวที่ผ่านมา (ซวยมันได้ทุกครั้งจิงๆ... อะไรก้ไม่รู้) แล้วก้ไปเอากระเป๋า.. ระหว่างรอกระเป๋า น้องก้ไปเอารถเข็ญ ปรากฎว่ามันติด ดึงยากมาก พ่อกะแม่ไปช่วยแล้วก้ยังดึงไม่ออก..ต้องเปลื่ยนตั้ง 2 แถว กว่าจะได้รถเข็ญ แล้วเราก้โทรหาโก้ว่ามีถึงแล้ว เสร็จแล้วก้รอกระเป๋าต่อ.... ระหว่างรอก้ดูไปเรื่อยๆ คิดไปคิดมา... เอ้.. มันเปิดมานานเท่าไหร่แล้ววะ?? นึกได้ว่าไม่กี่เดือนเองไม่ใช่เหรอ.. น่าจะซัก 3 ไม่เกิน 4 เดือน แต่ทำไม๊ ทำไม มันดูเหมือนเปิดมาแล้วไม่ต่ำกว่าปีอย่างงี้นะ... ลักษณะคล้ายๆ สนามบินฮ่องกง แค่เค้าดูดีกว่าเยอะอ่ะ ดูใหม่กว่าด้วย... เฮ้อออ...
     
    พอได้กระเป๋าแล้วก้ออกไปข้างนอกจะเดินไปที่รถ ก้ต้องขึ้นลิฟท์ไปชั้น 4 เพื่อจะไปที่จอดรถชั้น 5 ข้ามไปเสร็จ... เอ้... รถอยู่ไหน?? หาๆอยู่ซักพัก.. หาไม่เจอ!!!! ปรากฎว่าผิดตึก ต้องเป็นอีกตึกนึง ก้เลยต้องเดินกลับเข้ามาข้างในแล้วเดินไปอีกตึก... โหยยย กว่าจะได้กลับบ้าน.. หมดเป็นชั่วโมง แต่ก้ถึงบ้านโดยสวัสดี
     
     
     
    ===== จบบริบูรณ์ =====
    (ซักที)
     
     
     
    โอ้ย.. เหนื่อยจัง
     
    อ่านมาได้ขนาดนี้นี่ต้องอดทนมากซี่งก้คงเหนื่อยแล้ว หรือไม่ก้ว่างมาก ซึ่งก้คงไม่ว่างแล้วเพราะใช้เวลาอ่านไปหมดแล้ว 555 ขอบคุณนะที่ทนอ่าน ส่วนฉบับย่อที่บอกไว้ ติดไว้ก่อนแล้วกันนะ ต้องรีบไปเรียนแล้ว ส่วนรูปก้ รอไปก่อนแล้วกันนะ ถ้าโชคดีก้คงจะได้เห็น
     
    ไปแล้วดีกว่า bye bye
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    October 20

    The day after my BD and a sweet dinner with my BF!!!

     
     
    เพิ่งจะกลับบ้านเมื่อเที่ยงคืนครึ่งเนี่ย ตอนกลางวันไป shopping @ Pratunam Platinum กะแม่กะน้องมาแหละ ได้เสื้อมาตัวนึง กะกางเกงใส่อยู่บ้านมา 3-4 ตัว แล้วก้กลับบ้านอาบน้ำแต่งตัว ตอนซัก ห้าโมงครึ่งได้ เสร็จแล้วก้ออกจากบ้านซัก หกโมงสี่สิบห้าได้มั้ง ขับรถไปรับโก้ที่ polo ตอน ทุ่ม 40 (สุขุมวิทรถติดมากๆ เลยต้องไปทางพระรามสี่) แล้วโก้ก้ขับรถเราไปที่โรงแรมบันยันตรงสาทร กินข้าวที่ Pier 59 ชั้น 59... อิอิ สวยดี ร้านครึมๆ สีฟ้าๆ นั่งโต๊ะริมหน้าต่าง เห็นวิว กรุงเทพฯ ตอนกลางคืน ถูกใจ อาหารก้อร่อยดี (ไม่รู้อาหารอร่อยอยู่แล้ว หรือ บรรยากาศดี หรืออะไรก้ไม่รู้... อิอิ) นั่นแหละ เสร็จแล้วก้ขึ้นไปดาดฟ้า นั่นกินขนม อันนี้บรรยากาศดีจริง เพราะเป็นแบบ open air จัดซะสวยเชียว แต่นั่นดื่มชา กินขนมได้สักพักใหญ่ๆ ฝนก้เริ่มลงเม็ด เซ็งสุดๆ อยากนั่งต่ออีกซักหน่อย แต่ก้เอาน่า อย่างน้อยก้กินขนมเสร็จแล้ว อร่อยดี หวานไปหน่อย แต่ก้ ok เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ด้วย เฮ้อออ...  (แต่ก้เอาน่า.. เค้ามาพาเราไปกินข้าว ก้ Happy แล้ว เน๊อะ..) ก้เพราะฝนลงเม็ด ก้เลยกลับ ซัก เกือบๆ ห้าทุ่ม ขับรถไปส่งโก้ที่บ้าน แต่โก้ขับเองนะ นั่งเล่นที่บ้านเค้าแป็บ นึงแล้วก้กลับบ้านเนี่ย... ขากลับลุ้นสุดตัวเลยว่า น้ำมันจะหมดรึเปล่า เพราะเราลืมเติมน้ำมันตอนกลางวัน เอาซะไฟเตือนขึ้นเลย (  แฮะๆ)
     
    วันนี้ happy ดี ไม่ได้ นั่งเล่น กินข้าว สบายใจกะโก้อย่างงี้มาตั้งนานแล้ว... (อยากให้เป็นอย่างงี้อีกจังงงง.. อิ..)
     
    มาเล่าให้หมั่นไส้เล่นแค่นี้แหละ ไปแล้วววว ไว้จะมาเล่าเรื่องอื่นให้ฟังใหม่..
     
     
     
    ป.ล. ขอบคุณนะค่ะ ที่พาเราไปกินข้าววันนี้
     
     
    October 18

    This is it!!! #22

     
     
    "Happy birthday to ME!!
    Happy birthday to ME!!
    Happy birthday... Happy birthday...
    Happy birthday to MEEE!!!"
     
     
    Can't believe I'm this old, already!!
     
    Since today is one of the good days in a year for me...
    I wish everyone I know to have a wonderful day, wonderful life, wonderful year, and wonderful everything else!!!
     
    Thank you my parents for supporting me, raising me, love me,
    Thank you my sister for being kinda such a nice lil' sis... lol,
    Thank you my WWA 6/2 128 friends for being a nice friends,
    Thank you my ABAC friends for being such a nice friend that kept me on track,
    Thank you my BF for being the first one to say "Happy birthday" this year
    (after what I've done to you this year. I feel terrible, still)
    Love ya ,
    And also
    Thank you "That Woman" for not harassing me again this year!!
     
    Finally,
    Thank you everyone for not throwing up when you read this blog
    Ha Ha Ha...
     
    Have a nice day
     
     
     
    October 12

    ในที่สุด...

     
     
    ในที่สุดเราก้สอบเสร็จ แต่ว่า ยังต้องทำรายงานอยู่เลยอ่ะ เศร้าใจ ยังไม่ได้พักเลย เฮ้ออ เหนื่อยยย แต่ก้เอาน่า พรุ่งนี้งานก้จะเสร็จแล้ว present พรุ่งนี้แล้วหนิ...
     
     
     
    September 18

    ว้า...

     
     
    ว้า!! แนน เราลืมมา update blog วันที่ 17 หล่ะ... แย่จัง อิอิ
     
     
    September 06

    ฤดูรายงานหลาก... บาดเจ็บไปแล้วหลายรายยยย

     
     
    NAN!!! เรา update space แล้วนะยะ ฮึ มาแซวเรา...
     
    เบื่อนอนน้อย งานก้เยอะ จับต้นชนปลาย ต่อกลางไม่ถูกเลยอ่ะ ตีกันไปหมด โชคยังดีไม่ทะเลาะกะโก้เข้าไปอีก ไม่งั้น แย่แน่ๆ
    โอ้ยยยย งานอะไรนักหนาเนี่ย เหนื่อยอ่ะ
     
    นี่ วันนี้ไปหาโก้ที่บ้านเค้ามา ไปได้ซักพัก เค้าชวนทานข้าวก้ไปทาน หลับซะงั้น ก้มันง่วงอ่ะ (แถม ง่วงแล้วงอแงอีกต่างหาก ดีนะ โก้อารมณ์ดี ไม่งั้น... ไม่กล้าพูดถึงเลย)
     
    วันนี้มาบ่นแค่นี่แล้วกัน ไปงงกะงาน(s) ต่อแล้วกันนะ
     
     
     
     
    August 17

    งานล้นท่วมหัว หวังว่าจะเอาตัวรอด!!!??

    สอบเสร็จแล้ว ก้ได้เวลาต้องทำรายงานแล้ว แต่ก้เหมือนเดิมอ่ะ เฉื่อยๆๆๆๆๆๆ ขี้เกียจมากๆ เฮ้อ... พรุ่งนี้ก้มี present อีก แล้วก้ต้องทำงานอีกเยอะแยะ จะอะไรนักหนาก้ไม่รู้ เอาว่ะ เฮ้อออ
     
    ไปก่อนแล้วกัน มาบ่นแค่นี้แหละ
    July 17

    ลนๆๆลาน

    แย่แล้ว ใกล้สอบแล้ว แต่ยังไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านหนังสือเลยอ่ะ เมื่อกี๊ว่าจะเริ่มๆอ่าน แต่เพื่อนโทรมา แล้วบอกว่า อุ้มรักตอนจบ เลยไปดู (ซะงั้น) แต่ไม่ผิดหวัง น่ารักดี เราชอบละครเรี่องนี้อ่ะ เสียดาย ไม่ได้ ดูทุกวันที่มันมี แต่ก้เอาเหอะ...
     
    นั่นแหละ มาบ่นแค่นี้แหละ หวังว่าเราจะได้อ่านหนังสือเร็วๆนี้นะ อิอิ.. เฮ้ออออ
    July 01

    Class meeting...wwa128

    Class meeting this Friday 07/07/06 na my friends, from 5-11 pm at Homework, Sukhumvit 31.. I'll get there probably aroung 6:30. 
     
    So, I'll see you there na my friends....
    June 20

    ดูพลุที่เมืองทอง... สวยมากๆ แต่..!

    เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ไปดูพลุที่เมืองทองมาด้วย..

    ไปกับที่บ้าน แล้วก้เพื่อนน้องอีกคน ไปถึงตอนซัก ห้าโมงได้มั้ง ไม่แน่ใจเหมือนกัน รถเยอะ ต้องจอดรถไกลมาก แถวๆ ประตูทางออกไปถนนติวานนท์นู่นแหนะ ต้องเดินตั้ง ซัก 40 นาทีเพื่อจะไปที่ลานริมทะเลสาบที่เค้าจัดให้ไปดูอ่ะ ไอ้เหนื่อยอ่ะ มันก้ไม่ได้เหนื่อยอะไรขนาดนั้นหรอก แต่มันร้อนมากกว่า แบบ แดดๆหน่อย แล้วก้อ้าวๆหน่อย เดินไปถึงก้เลยซื้อเสื่อพลาสติกมาไว้ปูรองนั่ง เพราะต้องนั่งกะพื้นซีเมนต์

    งานเค้าเริ่มตอนเริ่มมืดแล้ว ปรากฎว่า ได้ตรงที่ๆเรานั่งอ่ะ มันมอง multimedia show ไม่เห็น เลยได้แต่รอดูพลุ สวยดีนะ คุ้มกับที่ต้องเหนื่อยขนาดนั้น ถึงแม้ว่า มันจะไม่นานเท่าไหร่ก้ตาม ซักเกือบๆชั่วโมงได้มั้ง(รอตั้งนาน) เสร็จซัก 3 ทุ่มกว่าๆ ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน ดูของจริง สวยกว่าใน ทีวีเยอะ มันใหญ่ๆ ตระการตาดี สีก้สวยกว่ามาก เห็นแบบ เต็มๆตา

    พอดูเสร็จก้เดินอีก 40 นาทีกลับไปที่รถ เดินเซาะๆไปตามช่องรถนั่นแหละ เพราะรถติดมาก เค้าก้ไปไม่ได้เหมือนกัน พอไปถึงรถ ก้เห็นว่า ด้วยความใกล้กับประตู เราสามารถถอยรถกลับออกไปได้ ไม่ต้องกลับรถ แต่ สตาร์ทรถไม่ติดซะงั้นอ่ะ เศร้าใจอย่างรุนแรง ร้อนมากๆ เลยเดินไปที่ถนน จำได้ว่าขับผ่าน ปั๊มที่มีร้านกาแฟ ที่ติดแอร์ เลยว่าจะไปนั่ง ปล่อยให้พ่อดูรถไปกับเพื่อนน้อง เรากะน้องกะแม่เลยไปดู ว่าจะซื้ออะไรเย็นมากลับมาฝากเค้ากันด้วย เดินออกไปเจอ tesco express ที่ ปั๊ม caltex ก้เลยแวะเข้าไปซื้อน้ำเย็นไปฝาก กลับไปถึงรถ ก้ยัง สตาร์ทไม่ได้อยู่ดี โทรตามช่างแล้ว เค้าก้บอกว่า จะมาดึกๆ เพราะรถติดมาก เลยเดินออกมาอีกรอบ กะว่าจะหาอะไรกิน ถามมอเตอร์ไซด์ เค้าก้บอกว่าให้เดินย้อนกลับไปอีกหน่อย จะเจอร้านอาหารสไตล์ country มีแอร์ มีเพลง แบบนั่งดื่มๆ หน่อย อะไรอย่างงั้น เราก้ เอาน่า แถวนี้คงมีไม่มาก เลยเดินไปดู เค้าบอกใกล้ ที่ไหนได้ มันกะผิด ถ้ารถก้ใกล้นะ แต้คนเดินเนี่ย เอาซะลิ้นห้อยเลย แล้วที่เค้าบอกว่า country อ่ะ ก้อีสาน ร้องลูกทุ่งไง ให้เราเหนื่อยเข้าใจผิดตั้งนาน เลยต้องเดินกลับไปที่ tesco express เหมือนเดิม ในนั้นมันมีโต๊ะให้นั่งอยู่โต๊ะนึง ก้เลยนั่งทานข้าวมันในนั้นนั่นแหละ อย่างกะอยู่ buffet จะเอาอะไรก้เดินไปหยิบ จ่ายเงินแล้วเอามากิน นั่งอยู่ตั้งนาน ช่างเค้าบอกจะมาตอน ห้าทุ่มครึ่ง พอพ่อโทรไป ตอนห้าทุ่มครึ่ง เค้าบอก กำลังจะออก โหหห พ่อคุณ แล้วจะบอกทำไมว่า จะมา ห้าทุ่มครึ่ง ก้นั่งรอต่อไป ในปั๊มนั่นแหละ ไป cashier บ่อยมาก จนคุยเล่นกันไปแล้ว พอเที่ยงคืนกว่าๆ ช่างโทรมาบอกว่า ใกล้ๆแล้ว พ่อเลยบอกให้เค้าแวะรับพ่อที่ปั๊ม พ่อกะเพื่อนน้องเลยไปดูรถ แล้วบอกว่าจะโทรมาตามเมื่อรถเสร็จ ซักพักผ่านไปตีหนึ่งได้มั้ง เค้าก้โทรมาตาม เรากะลังจะซื้อ magazine รอคิวจ่ายเงินอยู่ พอพี่เค้าเห็นหน้าเรา ถามเลยว่า อ้าว.. ยังไม่กลับอีกเหรอ 555 ตลกดี เค้าเห้นเราปักหลักรอนานมากกกกกกกกแล้วมั้ง.. ตกลงกว่าจะได้ออกจากตรงนั้น ตีหนึ่งครึ่ง ตอนเดินไปถึงรถ เพื่อนน้องบอกว่า รถเพิ่งเคลียร์ได้ซัก 10 นาทีที่แล้วนี่เอง (โหหห รถติดขนาดนั้น) จากตรงนั้น ขับรถแค่ครึ่งชั่วโมงก้ถึงแล้ว เลยแวะไปหาก๊วยเตี๋ยวกินที่ทองหล่อ กินเสร็จตี2 ผับปิดพอดี เห็นคนเมาเดินเต็มเลย อะไรจะเมากันเละ ขนาดนั้น ลงไปกองอยู่ที่ถนน (อนาถแท้)

    ในที่สุด เราก้ได้กลับบ้านซะทีตีสองกว่าๆ รีบอาบน้ำขัดตัว สระผม 3 รอบ แล้วก้เป่าผม แล้วเข้านอน

     

    Sunday June 18, 2006

    กะว่า รุ่งขึ้นจะตื่นซัก บ่ายๆ ทั้งบ้าน แต่(อีกแล้ว) พ่อคุณทูนหัวโทรมาปลุกตอนเที่ยงซะงั้น ตื่นเลยชั้น จะนอนก้นอนไม่ได้ เลยลุกก้ได้ ปกติพ่อต้องไปตีกอล์ฟ แต่ก้ไม่ได้ไป ไม่ใช่เพราะไปไม่ไหวนะ แต่เพราะเพื่อนๆ เค้าไม่ไปกัน เลยอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ซึมกันทั้งวันเลย (เหนื่อยค้าง) แล้วน้องก้ไปดูหนังกะเพื่อนน้องคนเดิมแล้วก้ชวนมาทานข้าวที่บ้านตอนเย็น วันนั้นพ่อทำ steak ให้ทาน yummy!! ดีจัง ไม่ได้ทานตั้งนานแล้ว ซัดซะอิ่มแปล้เลย.. กลางคืน ก้นอนดึกอีกแล้วววววว มัวแต่คุยโทรศัพท์ อีกอย่าง เหมือนตามันค้างยังไงไม่รู้ แต่ก้นะ รีบนอน ต้องตื่นแต่เช้า ไปเรียน (อีกแล้ว)...

     

    อาทิตย์นี้ก้แค่นี้แหละ เหนื่อยๆหน่อย ไปนู่นไปนี่.. แต่ก้สนุกดี มีอะไรให้ทำ

     

    June 11

    The exhibition

     
     
    วันนี้ไป นิทรรศการของในหลวง ที่เมืองทองฯมา เพิ่งจะกลับมาเนี่ย ดีมากๆ หมดตังค์ไปเยอะอีกต่างหาก
     
    ตื่นแต่เช้าไปเจอเพื่อนๆ ที่บ้านแนน นัดเค้าไว้เจ็ดโมง แต่กว่าจะถึงก้ตั้งเจ็ดโมงสิบห้าแหนะ แอบตื่นสายไป 15 นาที เจอ แนน, พร, แล้วก้ อู๋ พรขับรถไป เราก้เลยสบายจอดรถไว้บ้านแนน ไปถึงตอนซัก แปดโมงนิดๆ เค้าเปิดให้เข้าไปตอนเกือบๆเก้าโมง คงเห็นว่าคนเยอะมั้ง เราว่าเราไปเช้าแล้วนะ ยังมีคนไปเร็วกว่าอีก คนเยอะเชียว ตอนก่อนเข้าไปนะ เกือบไม่ต้องเดิน เค้าผลักๆ เข้าไป ไปถึง แนนก้แยกไปเข้าแถวจองหนังสือ พร, อู๋, กะเรา ก้เลยแยกเข้าไปดูนิทรรศการกัน 3 คน เพราะแนนบอกว่าแนนดูแล้ว แล้วเค้าก้จะรอเข้าคิวด้วย ก้เลยไปดูกัน อันนั้นที่ไปเป็นพวก โครงการพระราชดำริ มัเยอะมาก เอาป่าเข้าไปไว้ในนั้นได้ด้วย สุดยอดมาก ถ่ายรูปมาก้เยอะพอตัว เดินไปดูไปถ่ายรูปไป แต่ไม่ค่อยได้อ่านอะไรเลย ประเภท ถ่ายมาอ่านที่หลังซะมากกว่า แต่ว่า ถ่ายไม่ค่อยครบเท่าไหร่ พอซัก เก้าโมงเกือบครึ่ง แนนก้โทรมาตาม ดูเสร็จพอดี ระหว่างเดินไปหาแนน ก้เจอเคาน์เตอร์ขายหนังสือรวมรูปขนาด pocket size เล่มละ 99 ก้ซื้อมาเสียดาย ซื้อมาเล่มเดียวคิดไม่ทัน ตังค์ไม่ค่อยพออีกต่างหาก เดินไปอีกซักพัก ก้เจอเข็มที่ระลึกอันละ 100 ก้ซื้ออีก ซื้อมา 2 อัน หมดไปอีก 200 เดินต่อไปอีกเรื่อยๆ ก้เลย เอาวะ ซื้อก้ซื้อ หนังสือเล่มใหญ่นั่น ตอนแรกเข้าใจผิด นึกว่าพันเดียวจะพอ แต่ป่าว.. ล่อไป 1,999 ก้เอาน่า นานๆที limited edition อีกต่างหาก ประมาณว่า ผลิดตามยอดสั่งจอง ประมาณนั้น ก้เลยต้องไปกดเงินเพิ่ม เอามาให้แนน สั่งในชื่อแนน ง่ายดี รวมไปรวมมา แนนล่อไปหมื่นกว่า แต่ก้นะ ของหลายคน 
     
    หลังจากนั้นก้เดินไปที่ challenger hall ไปดูพระราชประวัติของในหลวง คนเยอะอีกแล้ว โชคดีที่เราไปตรงทางเชื่อมข้างบน ไม่งั้นตั้งไปรอเข้าข้างล่างอีก ร้อนก้ร้อน คนก้เยอะ คิดแล้วเซ็ง เข้าไป เจอที่เสี่ยตังค์อีกแล้ว ซื้อโปสเตอร์ที่เป็น family tree ของในหลวงมาอีกใบ 100 บาท แล้วเดินไปเรื่อยๆ เจออีก เค้าขายพวกหนังสือ ก้เลยเข้าไปดู เห็นขาย cd เพลงพระราชนิพนธ์ เป็นชุด 5 แผ่น 950 บาทเห็นราคาแล้วคิดหนัก แต่เอาน่า กดเงินมาแล้ว ซื้อไปฝากแม่แล้วกัน น่าจะคุ้ม เอาก้เอา เลยเสียเงินไปอีก แล้วก้ไปดูนี่ กำแพงน้ำ water graphic design มันเป็นไอ้ที่ปล่อยน้ำลงมาแล้วเป็นรูปๆอ่ะ amazing มากๆ สวยมาก ถ่าย vdo มาด้วย เสียดายไม่ได้ถ่ายมาเป็นรูปๆ หวังว่าในหนังสือจะมานะ หลังจากนั้นก้เดินไปเข้านิทรรศการพระราชประวัติต่อ เข้าไปเป็นโถงกว้างๆ แล้วเค้าก้ให้เดินเข้าไปในห้องแรก รวมรูปของรัชกาลที่ 1-8 แล้วเดินวนๆ เลยไปอีกนิดก้เป็นประวัติย่อ ของแต่ละรัชกาล แล้วค่อยเริ่มของ ร.9 ไม่รู้จะสาธยายยังไงหมด เยอะมาก มีทั้ง เรื่องตอนเด็ก, ตอนอภิเษกสมรส, พระปฐมบรมราชโองการ เป็นแบบ multimedia วิดิทัศน์,อัครศาสนูปถัมภก, เสดํจเยี่ยมราษฎร อันนี้ไม่ได้ดูเพราะต้องเข้าคิวซึ่งคนเยอะมากๆๆๆๆๆ เป็นเหมือนรถไฟ ถ้าคนไม่เยอะขนาดนั้นก้คงเข้าไปดูเหมือนกัน, ห้องคนของแผ่นดิน นั่นก้พวกที่ได้รับทุนอานันทมหิดลเค้ามาพูดเรื่องของเค้าซึ่งเราก้ไม่ได้สนใจอะไร เดินผ่านไปเลย, ห้องพระอัฉริยภาพ มีทั้งภาพวาด, ภาพถ่ายฝัพระหัตถ์ สวยมากๆ แล้วก้เป็นนี่ด้วย หีบเพลง hologram หรือไงเนี่ยแหละ ไม่แน่ใจชื่อเหมือนกัน แล้วก้มีรูป saxophone ด้วย มันลอย หมุนๆอยู่อ่ะ amazing อีกแล้ว เสร็จแล้วก้ไปห้องสุดท้ายที่มีต้องโพธิ์ให้เราเขียนคำถวายพระพร แต่ว่าคนเยอะมากเกินไปเลยส่งได้แต่ใจ ไม่ได้เขียนไป จิงๆก้อยากเขียนนะ แต่เพื่อนๆ รวมทั้งเราด้วยก้เริ่มหิวกันแล้ว เลยได้แต่ถ่ายรูปไว้ แค่นั้นเอง ทั้งหมดนั่นก้เสร็จประมาณเที่ยงๆ แหละ แล้วก้กลับแล้ว
     
    กลับมาถึงลาดกระบัง ทานข้าวหมูแดงไป อร่อยดี แล้วก้กลับบ้านแนน หมาบ้านแนน 2 ตัว น่ารักมาก ตัวนึงพันธุ์บางแก้ว ตัวผู้ชื่อ หมูปิ้ง หน้าตาดีเชียว อีกตัว Syberian Husky สีน้ำตาลทองแดง ตัวเมียชื่อ ดีดี้ น่ารัก friendly มากๆ แต่แอบติดผู้ชายนะ ไม่ค่อยเล่นกะเรา มัวแต่เล่นกะอู๋ ซักพักเราก้กลับ แอบง่วงเล็กๆ แล้วก้ไปส่งอู๋ที่บ้านแล้วเราก้กลับบ้านเรามั่ง นี่ก้ว่าสงสัยพิมพ์เสร็จ ทำอะไรเสร็จ อาจจะหลับเหมือนกัน แบบว่า น๊อคไปเลย
     
    วันนี้นี่ก้แอบเมื่อยเหมือนกันแฮะ เดินเยอะ แต่ก้ดีนะ งานเค้าทำดีมากๆ คุ้มค่าเหนื่อยที่ได้ไป ถ้ามีอีกแล้วมีเพื่อนไปอีก ก้จะไปอีกเหมือนกัน แต่คราวหน้าคงต้องเตรียมเงินไปเยอะหน่อย แล้วก้ไปตั้งแต่เนินๆ ด้วย ถ้าพลาดอะไรไป จะได้ไปได้อีก คราวนี้เสียดาย ไปมันซะวันสุดท้ายเลย ก้ยังดีที่ได้สั่งหนังสือไว้เล่มนึง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สั่ง cd ไว้ด้วยก้เหอะ
     
    --- The End ---
    อิ๊อิ๊
     
     
    June 02

    I'm Happier...

     
    Right now, I feel better.. than before.. Thanks for those who concern and somehow, I'm sorry for someone who might be a little upset or disappointed or irritated about me being happy... lol.. just kidding.  Well, it's kinda late and I have class tomorrow early in the morning... so boring. So, I've gotta go for now.
     
    kiss kiss!!
    May 27

    ...

     
     
     
    ...เปลี่ยนใจหน่อยไหม โปรดมองฉันตรงที่หัวใจ
    อาจไม่ใช่คนที่เธอฝันใฝ่ แต่หมดทั้งห้องหัวใจ
    จะเปิดเอาไว้รอวันที่เธอ จะเปลียนใจ...

     

    ... เธอได้ยินไหม....เสียงหัวใจมันบอกว่ารัก
    หลับตาเพ้อ...ตื่นมายังเผลอ คิดถึงเธออยู่ทุกที
    อยากให้รัก....กลับไปเหมือนเดิม เหมือนที่เคยมี
    แต่วันนี้...ไม่รู้เธออยู่กับใคร...

    กลับมาได้ไหม....กลับมาหากัน...
    กลับมารักฉัน คนที่รักเธอหมดใจ
    อะไรที่พลั้ง... อะไรที่เผลอไป...
    ยกโทษได้ไหมคนดี...

    ทำอะไรกับเธอเอาไว้....
    ผิดอะไร เท่าไหร่ ฉันรู้ดี...
    ขอโอกาสสักครั้ง...ถ้ามี...
    จะไม่ทำให้เธอคนนี้...ต้องเสียใจ

    กลับมาได้มั้ย กลับมาหากัน

    กลับมารักชั้นคนที่รักเธอหมดใจ

    อะไรที่พลั้ง อะไรที่พลาดไป

    ยกโทษได้มั้ย... คนดี...

     

     After all, the broken stones
    That were thrown, for no good reason
    Inside, she's loving him still
    After all this time
    And though her heart bares the scars
    No sign of healing, It's All right
    She's loving him still, after all this time.

    Trying to push the past away
    Still waiting for the lights to change
    Try, try for the sake of their pride, pride
    Learning to barely feel the pain
    Thicker the skin the less the strain
    And though it's really hurting
    She aint breaking, breaking, breaking
    Coz she's loving him still, after all this time


    Now he knows his weakness shows
    Selfish soul, never changing
    That's fine, because she's loving him still
    After all this time

    And to the outside eye
    You see a family getting by
    And it all seems perfect, and that's how she wants it
    Coz she's loving him still, after all this time.

    Trying to push the past away
    Still waiting for the lights to change
    Try, try for the sake of their pride, pride
    Learning to barely feel the pain
    Thicker the skin the less the strain
    And though it's really hurting
    She aint breaking, breaking, breaking
    Coz she's loving him still, after all this time

    After all this time....
    After all, after all, after all this time


    Bones have to grow, and age it shows
    Though we try and hide it
    Inside, she's loving him still
    After all this time
    And behind his tired eyes, she sees the boy with his arms wide

    Who made her feel like an angel
    Ohh thats why she's loving him still
    For the rest of her life, she's loving him still
    For the last of many miles
    "She's loving him still
    After all this time"

    May 25

    Again!!?? Gosh, I'm terrible

    How is this happenning? I've made things worst in less than a week!!!!!!!! Seriously, I feel really bad and I believe you do to, prolly even worse... don't know what else to say or to do now to make up for eveything.  Not that I don't try but I don't know what to do.  I feel like it's too much to correct.  Nothing is good enough to make up for it.  I'll try even harder, even though it's all I have already.  I'll try my best again for you..
     
    I love you, that's all I can say..